Currently browsing posts found in January2008
ถ้าหากถามถึงเพลงไทยเดิมแล้ว เพลงยอดฮิตอมตะนิรันดร์กาลเพลงหนึ่งก็คือ “ลาวดวงเดือน” เรื่องที่มาที่ไปของเพลงนี้ ลองหาอ่านเอาที่เว็บอื่นก็แล้วกัน วิกิพีเดียก็น่าจะมี
ที่ลาวดวงเดือนเป็นที่นิยม เห็นจะเป็นความง่ายแต่ไพเราะของท่วงทำนอง เนื้อร้องที่ไม่มีเอื้อนกันยืดยาวจนทำให้ร้องยาก (หากท่านนึกไม่ออกว่าเอื้อนยาวๆขนาดไหนที่ร้องยาก ลองหา “ราตรีประดับดาว” มาฟัง) เท่าที่ฟังเพลงลาวดวงเดือนนี้ไม่ค่อยเห็นเอาทำนองไปใส่เนื้อใหม่ เพราะเนื้อเดิมก็เพราะจับใจและไม่ล้าสมัยอยู่แล้ว ต่างจากเพลงไทยเดิมอื่นๆที่เหลือแค่ทำนองกับเนื้อร้องใหม่ รู้จักเพลง “รักน้องพร”มั้ย (ลาวกระทบไม้)
ที่ผมสงสัยเป็นอันมากก็คือ ผมได้ฟังเพลงนี้มาจากใครที่ไหนร้องหรือบรรเลงบ้าง ขอเริ่มนับคร่าวๆที่พอจำได้ก็แล้วกัน
วงดนตรีไทยเดิมทั้งหลายนับ 1 พอ เพราะว่าเยอะมาก ทั้งปี่พาทย์ เครื่องสาย มโหรี ไปจนถึงพวกเดี่ยวทั้งหลาย
พี่แจ้ ดนุพล แก้วกาญจ์ ร้องเป็นแบบสตริง
ก๊อต จักรพรรณ ร้องเป็นแนวลูกทุ่ง
วงไหมไทย (อ.ดนู) บรรเลงออเคสตร้า
อ.ดนู เคยเอาเวอร์ชั่นออเคสตร้า มาให้วงเชมเบอร์เล่น ชื่อชุดอะไรจำไม่ได้ แต่เรียบเรียงเสียงประสานคล้ายๆกัน
วง BSO ก็เคยอัดแผ่น CD ใครเรียบเรียงจำไม่ได้ แต่ conductor คือ ชาร์แดด โรฮานี เล่นออกมาค่อนข้างแข็งๆ
ที่ปลุกผีดนตรีไทยกลับมาดัง เห็นจะไม่พ้นเปียโนกับระนาดเอก โดยขุนอิน ในหนัง “โหมโรง” เปียโนเล่นประสานด้วยเพลงอะไรหว่า ฟังดูแจ้สมาก
แต่ที่เล่นเปียโนกับระนาดเอกจนจบเพลงจริงๆ ต้องฟังในแผ่น […]
Posted at: January 10th, 2008 - 10:49 pm - Number of Comments » 0
เห็นนิยามชื่อเล่นให้เพลงนี้ว่า pathetique ผมว่าเขียนแบบนี้ช่างดูถูกไชคอฟสกี้เหลือเกิน เพราะไม่มีอะไรให้สงสาร แต่เป็นเพลงที่สวยงามและสะท้อนถึงอารมณ์ของมนุษย์ได้ดีเพลงหนึ่ง ผมฟังเพลงนี้ที่บรรเลงโดย Fritz Reiner กับวง Chicago น่าจะเป็นแผ่นที่เล่นได้ดีที่สุดแล้ว ถ้าใครมีแผ่นอื่นน่าสนใจก็แนะนำด้วยครับ
ซิมโฟนีมาตรฐานก็ต้องประกอบด้วย 4 ท่อน ใช้จังหวะ เร็ว ช้า เร็ว(เต้น) เร็ว ตามฟอร์ม เพลงนี้ก็มี 4 ท่อนเช่นกัน แต่จัดวางเป็น เร็ว ปานกลาง เร็ว ช้า ซึ่งก็ทำได้เหมาะกับความหมายที่จะสื่อสารดี
ท่อนแรกเป็นท่อนที่ยาวที่สุด เป็นท่อนแรกที่สลับซับซ้อนทีเดียว เพราะมีทั้งทุกข์ สุข อ่อนหวาน เกรี้ยวกราดสลับกันไป ท่อนที่สองเป็นจังหวะสนุกๆเหมือนเพลงเต้นรำ ท่อนที่สาม..บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยชอบจังหวะกระตุกๆ เร่งๆร้อนๆแบบนี้เท่าไหร่ ส่วนมากจะปล่อยผ่านอย่างไม่ค่อยซาบซึ้งนัก
ท่อนสุดท้าย เป็นท่อนที่หดหู่ กดดัน และโศกเศร้าที่สุด เคยได้ยินว่าถึงกับเอาไปทำเพลงงานศพกันเลยทีเดียว บ้างก็ว่าเป็นการลาตายของไชคอฟสกี้ (ซึ่งตายไปจริงๆหลังจากการเปิดแสดงเพลงนี้ไม่นาน) เพื่อนผมเค้าว่าฟังแล้วมีคนทนไม่ไหวไปฆ่าตัวตายก็มี ใครที่รู้สึกแย่ๆในชีวิตอยู่แล้วก็อย่าไปลองฟังล่ะ ผมว่ามันก็เป็นเพียงศิลปะที่ทำให้ความโศกเศร้านั้นดูสวยงามได้
สรุปว่าถ้าคุณชอบเพลงบรรเลง เพลงนี้เป็นงานที่ต้องฟังครับ
Posted at: January 10th, 2008 - 10:17 pm - Number of Comments » 0